08
ธ.ค.
07

คิดบวก ชีวิตบวก (โดยท่าน ว.วชิรเมธี)

เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ

เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ

เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต

เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)

เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ

เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย

เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต

เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี

เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง

เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ

เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง

เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง

เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม

เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์

เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด

เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด”

เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”

เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต

เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

ที่มา : http://forum.thaidvd.net/index.php?showtopic=17915


53 Responses to “คิดบวก ชีวิตบวก (โดยท่าน ว.วชิรเมธี)”


  1. 1 Mai
    24 มีนาคม 2008 ที่ 3:49 pm

    นมัสการ พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี เวลาได้อ่านบทความของพระอาจารย์ เหมือนได้แนวทางที่คอยเตือนสติอยู่เสมอ….

  2. 2 อุ
    28 พฤษภาคม 2008 ที่ 5:50 am

    นมัสการ พระอาจารย์ ว.วชิรเมธี
    ขออนุญาตคัดลอกเพื่อประโยชน์กับเพื่อนๆคนอื่นๆนะคะ.
    ขอบพระคุณค่ะ.

  3. 3 Tieb
    29 พฤษภาคม 2008 ที่ 2:19 am

    นมัสการท่าน ว.วชิรเมธี
    ได้เคยฟังท่านพูดที่รายการเมืองไทยวาไรตี้ ที่มีคุณหนุ่มกรรชัย เป็นพิธีกร ชอบเวลาท่านเล่านิทาน ให้ข้อคิดมาก
    เคยซื้อหนังสือท่านมาแต่อ่านไม่จบ อาจเป็นเพราะเสียงของท่านทำให้เวลาฟังแล้วจะเข้าใจ เลยเปิดdhammatidpeekแต่เว็บยังเปิดไม่ได้แต่ก็เปิดที่ท่านได้บรรยายธรรมไว้ในที่ต่างๆ แต่เปิดเสียงยังไม่ได้ต้องรอลูกชายมาทำให้ใหม่ อยากเขียนถึงท่านนานแล้วแต่ไม่รู้จะติดต่ออย่างไร

  4. 4 เอ
    13 กรกฎาคม 2008 ที่ 1:52 pm

    นมัสการ ท่าน ว.วชิรเมธี
    ผมขออนุญาติคัดลอกเพื่อเป็นประโยชน์ กับคนอื่น
    ผมชอบอ่านหนังสือและฟังธรรมของท่านครับทำให้ผมรู้อะไรอีกหลายๆอย่าง
    ขอบพระคุณที่ช่วยชี้แนวทางให้ผมครับ ขอบคุณครับ

  5. 5 nitinan
    17 กรกฎาคม 2008 ที่ 2:03 am

    นมัสการ ท่าน ว.วชิรเมธี
    ดิฉันชอบอ่านหนังสือธรรมะของท่านมากค่ะ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ทำให้เกิดปัญญามีมุมมองที่แตกต่างออกไป
    ทำให้มองโลกได้กว้างขึ้น ขอบพระคุณที่ชี้แนะแนวทาง ขอบคุณค่ะ

  6. 6 เจี๊ยบ
    19 กรกฎาคม 2008 ที่ 9:28 am

    08
    Dec
    07คิดบวก ชีวิตบวก (โดยท่าน ว.วชิรเมธี)
    post info
    By aongaang
    ประเภท: Uncategorized
    เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ

    เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ

    เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต

    เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)

    เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ

    เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย

    เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต

    เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี

    เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง

    เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

    เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ

    เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง

    เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง

    เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม

    เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์

    เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด

    เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด”

    เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”

    เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต

    เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

  7. 7 สิทธิพร
    22 กรกฎาคม 2008 ที่ 5:03 pm

    ดิฉันขอบคุณ หลวงพี่มากคะ ที่ทำให้ดิฉันเห็นมุมมองที่ดีขึ้น มีกำลังใจในการทำงานและมีสติมากขึ้น มีความสุขในการดำเนินชีวิต

  8. 8 อมราพร
    13 สิงหาคม 2008 ที่ 1:53 am

    นมัสการพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี

    เป็นข้อคิดเตือนใจ ที่เข้าใจง่าย ดิฉันได้นำข้อคิดเรื่อง “มีไปทำไม” และ “คิดบวกชีวิตบวก”
    ที่ได้รับ forward mail มาจากเพื่อนค่ะ ติดไว้ที่โต๊ะทำงานเอาไว้ให้ตัวเองและลูกน้องดูค่ะ
    ในบางครั้งก็คัดลอกบางข้อความที่ตรงกับเหตุการณ์ในการทำงาน เสริมท้ายเรื่องในการส่ง mail
    ให้ลูกน้องและเพื่อนร่วมงานเพื่อให้เขาลดความเครียดลง ในภาวะทีกำลังเผชิญอาจจะช่วยได้บ้าง
    และเพิ่งจะได้ทราบและเข้าเว็ปของพระอาจารย์เป็นครั้งแรกค่ะ ขออนุญาติพระอาจารย์ว.วชิรเมธี ในการ
    คัดลอกคำสอนต่างๆในเว็ปนี้ ไปเป็นคติเตือนใจและส่งให้เพื่อนๆต่อๆไปค่ะ

    ขอบพระคุณมากค่ะ
    อมราพร

  9. 9 นารีรัตน์
    20 สิงหาคม 2008 ที่ 2:00 am

    นมัสการท่าน ว.วชิรเมธี
    ดิฉันขออนุญาติคัดลอกบทความนี้เพื่อที่ดิฉันจะได้เอาไปใช้ประโยชน์แก่ดิฉันและคนรอบข้างนะค่ะขอบคุณค่ะ

  10. 10 ติ๊ก
    24 สิงหาคม 2008 ที่ 1:01 pm

    นมัสการท่าน ว.วชิรเมธี ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชมในตัวท่านมาก ท่านให้ข้อคิดดิฉันมากมาย

  11. 11 เย็นจิต
    28 สิงหาคม 2008 ที่ 1:26 pm

    ดิฉันได้ข้อคิดดี ๆ จากคำสอนของพระอาจารย์ ได้นำไปใช้กับตัวเอง และขออนุญาตคัดลอกไปเผยแพร่ให้นักเรียนได้นำไปคิดวิเคราะห์เพื่อพัฒนาการคิดที่ดีสู่ตัวนักเรียนด้วยค่ะ

  12. 12 ตรรกตะวัน
    2 พฤศจิกายน 2008 ที่ 1:17 pm

    นมัสการท่าน ว.วชิรเมธี
    ได้ข้อคิดดีๆจากหนังสือธรรมมะของท่านทุกชุดเลยค่ะ..
    ทุกเล่มสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันในทุกๆด้าน..
    ขอบกราบขอบพระคุณที่ทำให้ใช้ชีวิตเป็ฯมากขึ้นค่ะ

  13. 13 เจนจิรา
    13 พฤศจิกายน 2008 ที่ 8:44 am

    นมัสการหลวงพี่ ดิฉันกำลังประสบปัญหาการเงิน แต่เมี่อวันก่อนได้ซื้อหนังสือ “ธรรมพารวย” มาอ่านตอนนี้ทำให้จิตใจของฉันสงบลงถึงมันจะไม่หมดแต่มันยังดีขึ้น รู้จักคิดให้รอบครอบก่อนลงมือทำ ดิฉันจ฿งขอขอบคุณหลวงพี่มานะโอกาศนี้ด้วยค่ะ

  14. 27 ธันวาคม 2008 ที่ 3:17 am

    นมัสการค่ะ
    ทุกครั้งที่ได้อ่านบทความของท่านอาจารย์ ว.วชิรเมธี รู้สึกว่าทุกข์ที่มีมันเบาบางลง ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
    ขออนุญาตคัดลอกบทความเพื่อเป็นประโยชน์ต่อบุคคลใกล้ชิดต่อไปนะคะ

  15. 2 มกราคม 2009 ที่ 11:30 am

    กราบ นมัสการ ท่านอาจารย์ ว.วชิรเมธี
    อยากให้มี คติธรรม เป็นรายวันเพื่อ กล่อมเกลาสติปัญญา เป็นการเตือนและป้องกัน ไม่ให้การดำเนินชีวิตไปสู่ความวิบัติ

  16. 16 นศพต.นริศรา
    3 มกราคม 2009 ที่ 3:28 am

    กราบ นมัสการค่ะ ท่านอาจารย์ ว.วชิรเมธี
    บทความนี้ เป็นศิริมงคลแก่ชีวิตอย่างมาก แม้เพียงได้อ่านแล้วเกิดปัญญา แต่ถ้านำไปปฏิบัติด้วยแล้วนั้นคงจะประสบผลสำเร็จในชีวิตเป็นแน่
    ดิฉันหวังว่าคงมีบทความดีๆแนะนำแนวทางการดำเนินชีวิตดีๆอย่างนี้ตลอดไปนะค่ะ
    กราบนมัสการ

  17. 17 เด็กรั้วเขียว
    9 มกราคม 2009 ที่ 3:47 am

    กราบ นมัสการค่ะ ท่านอาจารย์ ว.วชิรเมธี
    เคยได้ฟังการบรรยายธรรมของท่านครั้งแรกสมัยเรียนชั้นสม.3ค่ะทางโร
    เรียนเชิญท่านมาเป็นวิทยากร ในคาบเนรียนพุทธศาสนา และมีโอกาสได้ทำข่าวเพื่อเผยแพร่โครงการ ของท่าน ธรรมมะเดลิเวอรี่ ร่วมกับท่าน มหาสมปอ งค่ะ รู้สึกเป็นบุญอย่างมากที่ได้ฟังธรรมของท่านอีกครั้งหนึ่ง ตอนนี้ติดตามผลงานของท่าน เสมอค่ะ เหมือนมีไฟส่อง ชี้นำทางให้ดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง ….รู้สึกเป็นบุญเหลือเกินที่ มีท่านเป็นผู้เสียสละ ถ่ายทอดพระธรรมคำสอนจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้พวกเรา เยาวชนได้เข้าใจ อย่างง่ายๆ เข้าใจง่ายมากๆค่ะ …

  18. 18 ผู้หลงทาง
    13 มกราคม 2009 ที่ 9:06 am

    นมัสการ พระอาจาร์ย ว.วัชรเมธี
    พระอาจาร์ยค่ะดิฉันก็พอถือเป็นนักปฏิบัติคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ดิฉันประสบปัญหายากและซับซอนมากจนนึกข้องใจว่า ตัวเองทำกรรมอะไรชนิดไหนถึงได้ รับผลกรรมที่ยากที่คนอื่นๆ จะประสบได้ มันสุดที่จะบรรยาย จนคิดว่าถ้าตนไม่เคยศึกษาและปฏิบัติธรรมมาก่อนเจอปัญหาโลกแตกแบบนี้ อาจจะกลายเป็นบ้าไปเลยก็ได้ อยากจะขอคำแนะนำและปรึกษาเหลือเกิน แต่เป็นเว็บสาธารณะ จึงไม่กล้าที่จะปรึกษา มีทางอื่นที่จะสามารถขอคำแนะนำจากพระอาจาร์ยได้โดยตรงหรือเปล่าค่ะ
    คนกำลังหลงทาง

  19. 19 จักรราศี
    10 กุมภาพันธ์ 2009 ที่ 10:26 am

    ขอบพระคุณข้อคิด คำสอนเตือนใจให้ชีวิตสู้ในทุกสถานการณ์ ไม่หวั่นไหวหวาดกลัวในสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชีวิต

  20. 20 chanchai
    19 กุมภาพันธ์ 2009 ที่ 1:50 pm

    กราบ นมัสการ ท่านอาจารย์ ว.วชืรเมธี

    ผมชอบอ่านหนังสือของท่านมากเลยนะครับ ให้แง่คิดที่ดี มีคำพูดที่เหมือนใคร

    ผมอยากให้ท่านเขียนหนังสือออกมาเยอะๆนะครับ

    เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้อ่าน และเข้าใจในชีวิตของตนเองนะครับ

    ขอบคุณมากครับ

  21. 21 ขวัญ
    22 กุมภาพันธ์ 2009 ที่ 2:40 am

    นมัสการ ท่านอาจารย์……
    คำสอนนี้จะติดตามตัวหนูไปตลอดค่ะ และเมื่อมีโอกาสที่ดี หนูก็จะบอกกล่าวให้เพื่อนๆและคนรอบข้างฟังด้วยนะค่ะ ขอบคุณพระอาจารย์มากค่ะ

  22. 22 นิพนธ์
    14 มีนาคม 2009 ที่ 6:19 am

    กราบ นมัสการครับ ท่านอาจารย์ ว.วชิรเมธี ตอนนี้ผมมีปัญหากับเพือนร่วมงานประมาณ2คนครับแต่ได้อ่านคําสอนของท่านอาจารย์แล้วมีกําลังมากขึ้นครับ พร้อมที่จะสู้ไปข้างหน้าครับ

  23. 23 ใบบุญ
    2 เมษายน 2009 ที่ 1:08 am

    เวลาโดนแฟนทิ้ง ให้คิดว่าดีที่ธรรมชาติช่วยกำจัดของที่ไม่ไช่ของของเราออกไปจากชีวิตเรา และเปิดโอกาสให้สำหรับของแท้ที่เป็นของเราจริงๆคะ

  24. 6 เมษายน 2009 ที่ 4:17 am

    เพิ่งจะเปิดมาเจอ อยากถามท่านพระอาจารย์ว่า กรณีที่เราเสียชีวิต แล้วเราบริจาคร่างกายให้กับสภากาชาดไทย เพื่อไปเป็นอาจารย์ใหญ่ ให้นิ

    สิตแพทย์ได้เรียนรู้ หรือการที่เราบริจาค ตับ ไต ไส้ หรืออะไรก็ตามภายในร่างกายเราจะดีหรือเปล่าครับ หรือจะฝังหรือเผา อันไหนจะมีประโยช

    มากกว่าครับ เคยได้ยินเกี่ยวกับประเพณีความเชื่อว่าถ้าบริจาคร่างกายอะไรไปแล้ว ถ้าสมมุติได้เกิดใหม่จะมีไม่ครบ ซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่ใจ

    ผมนั้น ต้องแนะนำตัวก่อนว่า ศึกษาธรรมะมาระดับหนึ่ง ยังพัฒนาไม่มากเท่าไหร่ ก็ยังไม่ลึกซึ้งมากนัก แต่มั่นใจมากว่าธรรมะเป็นทางสายเอก

    ของชีวิตจริงๆ มั่นใจมาก ปัจจุบันชีวิตผมมีคุณค่ามาก ผมมีความสุขกับชีวิตมาก แต่ผมก็ระวังตัวเพราะสุขก็จะอยู่กับเราไม่นานหรอก คือไม่มีอะ

    แน่นอนอยู่แล้ว ขอโทษมากๆที่จะรบกวนถามพระอาจารย์ท่านว่า ถ้ากรณีท่านเสียชีวิต ท่านพระอาจารย์จะจัดการกับตัวท่านเองอย่างไร ผม

    ไม่มีเจตนาจะแช่งหรือว่าหรือลบหลู่ใดๆ เพียงแต่ผมคิดว่าจะทำตามท่านเป็นตัวอย่างมากกว่า อย่าเข้าใจผิดนะครับ (สำหรับคนที่เข้ามาอ่านพบ

    ให้ความเห็นกลับมาก็จะดีมากครับ ผมธรรมะแน่นอนและศรัทธาด้วย ผมหมายถึงกรณ๊ที่ผมเสียชีวิต จะได้ใช้ร่างกายนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อบุคคล

    อื่นๆอีก ปัจจุบันชีวิตผม ดีครับ ผมเป็นอาจารย์สอนกีฬา ก็ถือเป็นกุศลเหมือนกัน และผมตั้งใจทำงานตลอด รักลูกศิษย์ทุกคน สอนวิธีคิด แนะนำ

    สิ่งดีๆให้กับลูกศิษย์ตลอดมาเลยครับ และผมเองดูแลคุณพ่อคุณแม่ผม จนท่านเสียชีวิต เมื่อ 4ปีที่แล้ว ปัจจุบันชีวิตสบายสุดขีด มีทรัพย์สินที่อยู่

    แบบไม่อดตาย สำหรับคนเดียว ผมให้ธรรมะ เป็นเรื่องแรกของชีวิต การออกกำลังกายเป็นอันดับสอง ของชีวิต และ เจ้างานและการท่องเที่ยว

    เป็นอันดับที่ 3 ผมบริจาคเงิน ให้คนด้อยโอกาสกว่าผมทุกเดือนๆละ 500-1000 มา2ปี เห็นจะได้แล้วครับ เงินสำคัญครับ แต่ไม่ใช่ที่สุดของ

    ชีวิต แน่นอนคนเราความจำเป็นไม่เท่ากัน สำหรับผมเองอะไรมันลงตัวหมดแล้ว ยังไงใครมีความเห็นอย่างไร ส่งมาได้เลย จะน้อมรับฟังอย่าง

    ตั้งใจเลยครับ ขอบคุณครับ ธรรมะสวัสดี

  25. 25 sebasturk
    13 พฤษภาคม 2009 ที่ 7:21 am

    นมัสการท่านอาจารย์
    ข้าพเจ้า นาย รณกร มนูชีวิน ขออนุญาติคัดลอกบทความนำไปเผยแพร่เพื่อประโยชน์แก่สังคม

  26. 26 คุณยาย
    7 มิถุนายน 2009 ที่ 2:58 pm

    อนุโมทนาบุญกับคุณ สิริวชัยวัฒน์ สาธุ สาธุ

  27. 27 ข้าราชการชั้นผู้น้อย
    10 มิถุนายน 2009 ที่ 6:54 am

    นมัสการ พระอาจารย์ค่ะ

    เวลานี้หนูเองก็เครียดมากเพราะโดนผู้บังคับบัญชากลั่นแกล้ง ทั้งๆที่เราก็ทำงานปฏิบัติงานตามหน้าที่แต่อย่างว่าละค่ะ เค้าไม่ชอบเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและเหมือนหาจังหวะคอยกดเต็มที่เลย เข้าใจละค่ะว่าโลกเราก็มีมนุษย์หลายประเภท ขออนุญาตนำบทความของท่านมาเป็นคติให้กำลังใจตัวเองด้วยแล้วกันค่ะ

  28. 28 ชยานันท์
    14 มิถุนายน 2009 ที่ 1:01 pm

    นมัสการ พระอาจารย์ครับ

    ผมขอคัดลอกข้อความเพื่อให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้นำไปปฏิบัตินะครับ ขอบคุณครับ

  29. 29 ประยูร
    17 มิถุนายน 2009 ที่ 4:29 am

    ขออนุญาต นำข้อความนี้ ไปเผยแพร่ต่อด้วยนะครับ

  30. 30 Sophia...
    30 มิถุนายน 2009 ที่ 5:00 am

    กราบนมัสการ พระอาจารย์คะ
    ทุกครั้งที่เจอปัญหามันได้พบความสว่างจากท่านเสมอ
    จะขอรับไว้ใช้ในชีวิตประจำวันคะ

  31. 31 roselle
    5 สิงหาคม 2009 ที่ 7:13 am

    นมัสการ ท่าน ว.วชิรเมธี

    ลูกขอคำแนะนำคะ
    ตอนนี้ ลูกเลิกกับแฟนแล้วทุกข์มาก ที่ต้องเลิกกันเพราะผิดใจกันในเรื่องเล็ก ๆ ที่สะสมตลอดมาเป็นปี

    แต่ปัญหาที่ลูกตัดสินใจไม่ได้คือ

    ลูกกับแฟนทำงานถ่ายภาพด้วยกัน ลูกเป็นลูกมือ
    ตอนนี้เราเลิกกันแล้ว ลูกไม่อยากทำงานกับเค้าอีกเพราะยังทำใจไม่ได้ ด้วยลูกยังรักเค้ามาก
    แต่เค้าตัดลูกได้แล้ว เพียงแต่เค้าต้องการคนมาช่วยงาน เลยเรียกลูกไปช่วย
    ลูกก็สงสารเค้าที่เค้าไม่มีคนช่วย และอีกนัยก็อยากเจอเค้า ถ้าไปทำงานกับเค้าก็จะได้เจอกันบ้าง
    ทุกวันนี้เค้าจะติดต่อลูกเฉพาะเรื่องงานเท่านั้น
    ลูกทุกข์ใจมาก ที่เรากลับมารักกันไม่ได้แล้ว ลูกพร้อมจะปรับตัวเพื่อเค้า แม้ว่าจะต้องตัดนิสัยบางอย่างออก หรือต้องโกหกพ่อแม่เพื่อไปอยู่กับเค้า
    หลวงพี่ช่วยลูกให้พบทางสว่างเสียที

    ลูกจะไม่ช่วยก็กลัวเค้าลำบาก ไม่อยากทิ้งเค้าให้อยู่ตัวคนเดียว
    แต่ลูกก็ทุกข์ใจ แสนสาหัส จนดำรงชีวิตตัวเองไม่ไหว

    หลวงพี่ช่วยลูกให้พบทางสว่างด้วย

  32. 32 kk
    7 กันยายน 2009 ที่ 4:00 am

    นมัสการ ท่าน ว.วชิรเมธี ลูกอยากเล่าความฝัน เมื่อคืนลูกฝันเห็นตัวเองกับคนรักเก่าในอดีต มาพูดคุยกัน ตื่นมารู้สึกคิดถึงเค้าอย่างมาก
    ทั้งที่ลูกไม่เคยคิดอะไรเลย เพราะเป็นรักสมัยตอนเรียน และมันก็ผ่านมา10กว่าปี ตอนนี้ลูกก็มีครอบครัวแล้ว แต่ทำไมหลังจากตื่นจากความฝันลูกจึงรู้สึกว่ารักและคิดถึงเค้ามากๆๆๆๆๆๆ จนบอกไม่ถูก และก็ไม่รู้ด้วยว่าเค้าอยู่ที่ไหน ทำอะไร….รู้แต่ว่าตอนนี้ลูกรู้สึกทุกข์ใจเพราะฝันเห็นเค้า ท่านช่วยบอกลูกหน่อยว่าทำไม และเป็นเพราะอะไรที่ลูกต้องรู้สึกแบบนี้…..

  33. 33 สามเณรอำพล ชัยสารี
    7 กันยายน 2009 ที่ 9:30 am

    นมัสการครับพระอาจารย์ ผมสามเณรตัวน้อยๆ จากจังหวัดหนองคายรูปหนึ่งที่ติดตามผลงานของท่าน พระอาจารย์ทำให้ผมเปลี่ยนชีวิตมาเป็นคนใหม่ได้ และสามมารถนำไปสั่งสอนญาติโยมได้ มีครั้งหนึ่งที่ผมไปอบรมโครงการธรรมเดลิเวอรี่ ของพระอาจารย์สมปองผมคิดว่าวันนั้นผมจะได้พบหน้าพระอาจารย์ แต่พระอาจารย์ไม่มา ผมจึงรู้สึกผิดหวังที่จะได้ได้พบบุคลสำคัญคนหนึ่ง และสุดท้ายนี้ผมอยากให้พระอาจารย์ออกผลงานชิ้นใหม่เพราะผมรอติดตามอยู่
    จาก สามณรอำพล ชัยสารี วัดศรีบัวบาง ต.วัดธาตุ อ.เมือง จ.หนองคาย ๔๓๐๐๐

  34. 34 แม็ก
    7 กันยายน 2009 ที่ 9:30 am

    ขอนมัสสการ

    ผมขอยื้มเอาไปให้เพือนนะครับ

  35. 35 นิด
    14 กันยายน 2009 ที่ 9:42 am

    นมัสการ
    ขอบคุณท่านที่ให้ทางสว่างกับชีวิตเพื่อพิชิตจิตใจที่ใฝ่ต่ำ

  36. 36 นิด
    14 กันยายน 2009 ที่ 9:45 am

    นมัสการ
    ขอบคุณท่านที่ให้ทางสว่างกับชีวิตเพื่อพิชิตจิตใจที่ใฝ่ต่ำ
    น้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติให้เกิดความสะอาด สว่าง สงบ แก่ชีวิต

  37. 37 ปุ๋ม
    22 กันยายน 2009 ที่ 9:19 am

    นมัสการ…ค่ะหลวงพี่…
    ดิฉัน..เป็นอีกหนึ่งคน…ที่ชอบ..และชื่นชมในผลงานของหลวงพี่นะค่ะ
    ดิฉัน..ติดตามอ่านผลงานของท่าน..มาระยะเวลาหนึ่ง..ชอบค่ะ..เป็นเรื่องที่ดีมากๆ..ขอให้หลวงพี่ได้สร้างสิ่งดีๆ..แบบนี้ต่อไปนะค่ะ…ดีจังที่มี..พระที่ดีๆ..แล้วก็ทำให้ผู้คนในยุคปัจจุบันเข้าใจธรรมะ…ได้ง่ายขึ้น..เข้าถึงได้ง่ายขึ้น..
    ของให้หลวงพี่…สร้างผลงานออกมาให้พวงเรา…พุทธศาสนิกชล..ทุกคนได้รับเมตตาจากท่านนะค่ะ…จันทบุรี…

  38. 26 กันยายน 2009 ที่ 6:03 am

    ผมชอบคำว่า”มารไม่มีบารมีไม่เกิด”ขอบคุณพระอาจารที่ให้ความกระจ่างในชีวิตผมครับ ( win)ผู้หาตัวเองยังไม่เจอ

  39. 39 กุ้ง
    2 ตุลาคม 2009 ที่ 2:09 am

    หนูขออนุญาตคัดลอกเพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางและจัดทำเรื่องบุคคลแห่งการเรียนรู้นะคะ ขอบพระคุญค่ะ

  40. 40 กัลยวรรธน์ บุษบา
    5 ตุลาคม 2009 ที่ 3:59 am

    ขอกราบขอบพระคุณธรรมมะดี ข้อคิดจากพระอาจารย์ เตือนสติที่หลุดไปจากโลกความจริง แต่ปัจจุบัน 5 ตุลาคม 2552 ทำได้ค่ะ ยืนยันด้วยใจบริสุทธิ์ จะขอตั้งมั่นทำความดีทดแทนพระคุณพ่อแม่และพระคุณแผ่นดิน องค์พ่อหลวง สาธุ

  41. 41 นาขวัญ
    5 ตุลาคม 2009 ที่ 5:38 am

    นมัสการ ท่าน ว.วชิรเมธี

    ิดีใจมากเลยค่ะที่เกิดในยุคของ ท่าน ว.วชิรเมธี
    หรือที่ฝรั่งเีรียก ท่านว่า วู๊ดดี้ ตามที่ท่านว่าเมื่อคืนนี้
    รู้สึกว่าเมื่อฟังท่านเทศนาธรรมทุกครั้ง ชีวิตเบิกบานขึ้นเป็นกองเลยค่ะ

  42. 42 โอปอ
    5 ตุลาคม 2009 ที่ 9:37 am

    นมัสการ พระอาจารย์ค่ะ

    คำสอนของพระอาจารญืให้ข้อคิดดีมากๆเลยค่ะ เมื่อคืนดิฉันได้ติดตามดูรายการวู้ดดี้ที่พระอาจารย์มาเป็นแขกรับเชิญในวันนั้นคำพูดของพระอาจารย์ทำให้ดิฉันได้เข้าใจในหลายๆเรื่อง และทำให้สามรถนำไปปรับใช้ได้ในชีวิตได้ ขอบคุณพระอาจารย์ที่ให้ทางสว่างและทำให้มองเห็นธรรมได้มากขึ้นกว่าเดิม ดิฉันขออนุญาติคัดลอกบทความนี้เพื่อที่จะส่งE-mailให้กับเพื่อนๆขอบคุณค่ะ

  43. 43 ผู้หวังดี
    6 ตุลาคม 2009 ที่ 3:25 am

    ข้าพเจ้า ขออนุญาต นำบทความยี้ไปเผยแพร่ประโยชน์ แก่ชาวพุทธ

  44. 44 เกด
    7 ตุลาคม 2009 ที่ 7:05 am

    ชอบท่าน ว.มาก
    ตอนที่วู้ดดี้สัมภาษณื อึ้งมากเรย
    ท่านตอบได้แบบคนอย่างวู้ดดี้อึ้งได้อ่ะ

  45. 45 pattaraporn
    8 ตุลาคม 2009 ที่ 5:47 am

    กราบเรียนท่าน ว.วชิรเมธี ขออนุญาตนำบทความไปศึกษาทบทวนเพื่อปรับปรุงตัวเองยกจิตให้สูงขึ้น และหากมีโอกาสจะนำไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้เห็นทางสว่างต่อไป

  46. 46 Jay
    8 ตุลาคม 2009 ที่ 10:09 am

    ขออนุญาติคัดลอกบทความส่งให้ผู้อื่นด้วยคนค่ะ
    คุณพ่อคุณแม่ชอบท่าน ว.วชิรเมธี มากๆๆเลยค่ะ

  47. 47 pittaya
    11 ตุลาคม 2009 ที่ 6:02 pm

    นมัสการ ท่าน ว.วชิรเมธี
    ผมขออนุญาติคัดลอกเพื่อเป็นประโยชน์ กับคนอื่น
    ให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตต่อไป

  48. 16 ตุลาคม 2009 ที่ 2:55 pm

    มุมมองของชีวิตที่มีสุข

  49. 17 ตุลาคม 2009 ที่ 11:30 am

    กราบนมัสการ ท่านว.วชิรเมธี ที่เคารพ ดิฉันและสามีเป็นคนที่ทำงานศิลปะค่ะ คือเราทำหัวโขนค่ะ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดิฉันยังหาทางออกไม่ได้ก็คือ ความเชื่อหรือมุมมองในทางลบต่างๆ ซึ่งเราทั่งสองต่อสู้เรื่องนี้กันอยู่ อยากเรียนถามท่านว่ามีความคิดเห็นประการใดช่วยชี้นำด้วยค่ะ กราบขอบคุณล่วงหน้าด้วยความเคารพ

  50. 50 จุฑานาฏ
    24 ตุลาคม 2009 ที่ 8:41 am

    นมัสการท่าน ว.วชิรเมธี
    ดิฉันได้อ่าน “ชีีวิต คิดบวก” ของท่านอาจาร์ยแล้ว ขอนำไปเป็นแนวปฏิบัติทั้งในชีวิตและการทำงานและขออนุญาตคัดลอกบทความนี้เพื่อที่จะส่งE-mailให้กับเพื่อนๆเผยแพร่เป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป ขอบคุณค่ะ

  51. 51 แสง
    24 ตุลาคม 2009 ที่ 6:27 pm

    เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ

    เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ

    เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต

    เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)

    เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ

    เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย

    เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต

    เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี

    เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง

    เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง

    เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ

    เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง

    เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง

    เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม

    เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์

    เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด

    เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด”

    เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”

    เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต

    เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า
    นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

  52. 52 กษิดิ์เดช ประยูร
    3 พฤศจิกายน 2009 ที่ 6:36 am

    นมัสการท่าน ว.วชิรเมธี ครับ
    ในยามเหนื่อย ยามท้อ พอคิดถึงธรรมะ ข้อคิดดีๆที่ท่านเผยแพร่ คิดถึงบทความในหนังสือของท่าน
    มันทำให้รู้สึกดีครับ ทำให้มีกำลังใจที่จะเดินต่อไป ขอบคุณมากครับ ขอให้ท่านเป็นศาสดาที่นำชาวพุทธ
    เราพ้นจากความทุกข์ต่อไปน่ะครับ มีบทความะรรมะ ออกมาเผยแพร่เยอะๆน่ะครับ สุดท้ายขอให้ท่านมี
    สุขภาพที่แข็งแรงน่ะครับ
    กราบนมัสการ

  53. 6 พฤศจิกายน 2009 ที่ 4:01 am

    ขออนุญาตนำคำสอนของท่านส่งต่อให้เพื่อนนะค่ะขอบคุณค่ะ ให้แง่คิดดีมากๆเลยค่ะ


ใส่ความเห็น